หลังจากไม่ได้อัพมานานด้วยความขี้เกียจ =v="

 

 

 

เนื่องในวันสงกรานต์ก็เลยมาอัพซะหน่อย เผื่อจะมีใครมาสาดน้ำเอาให้บล็อคเปียกโชกกะเขามั่ง

 

 

 

 

คำเตือน : โหลด โหด นรก 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

16 ม.ค. 52

 

 

 

อุณหภูมิของวันนี้ยังคง ติดลบอย่างต่อเนื่อง = =

 

 

โปรดสังเกตหมอกขาวๆเหนือทะเลสาบ นั่นคือ ไอน้ำที่ก่อตัวด้วยความเย็นจัด 

 

 

 

 

ถ่ายรูปไปตัวสั่นงั่กๆ  หนาวได้อีกกกกกกกกกกกก    นี่เป็นวิวหลังโรงแรมจ้า

 

 

 

 

 

 

จุดหมายหลักๆของวันนี้ก็คือ 

 

 

 

บ่อน้ำพุโอวาคุดานิ ในวนอุทยานฮาโกเน่

 

 

 

รถจะขับวกไปวนมาอย่างมึนๆจนขึ้นมาถึงที่จอดรถ แล้วหลังจากนั้นก็จะต้องเดินขึ้นบันได(มากกว่า)ร้อยขั้น  ก็จะไปถึงได้สำเร็จ

 

 

 

สถานที่นี้ สิ่งที่มีชื่อเสียงก็คือ ไข่ดำ   ราคา 6 ฟอง 500 เยน  โดยที่ทางร้าน (อยู่ติดกับน้ำพุ) จะทำการต้มไว้ให้เสร็จสรรพแล้ว หน้าที่ของเรามีแค่ปอกเปลือกไข่แล้วก็แด๊กเข้าไปเท่านั้น

 

 

อนึ่งมุกไม่ได้กินเนื่องจาก................อิ่มอาหารเช้าจนจะอ้วกออกมาอยู่แหล่ว TTxTT

 

 

 

 

หลังจากนั้นก็จะมาถึงการ ล่องเรือโจรสลัด ที่ ทะเลสาบอาชิ

 

 

จะแบ่งเป็นชั้น First Class กับ ชั้นธรรมดา   โดยที่คนซื้อตั๋วชั้นธรรมดาจะนั่งได้แค่ชั้นล่างเท่านั้น  ส่วนคนซื้อตั๋ว First Class ก็จะสามารถเดินไปได้ทุกที่  สิ่งที่ไม่ควรพลาดคือ ขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือที่จะมีวิวให้ถ่ายรูป และ........หนาวมากค่ะ TvTb

 

 

 เห็นแบบนี้แต่ความจริงตัวสั่นด้วยความหนาว

 

 

 

 ดูซิว่าข้างในเป็นยังไง

 

 

 

 

 

หลังจากใช้เวลาเดินเรื่อ 40 นาทีก็มาถึงฝั่ง

 

 

 

 

อาหารมื้อเที่ยงของวันนี้คือ  ปลาตัวเล็กชุบแป้งทอด , สลัด , น้ำจิ้มผสมงาบด , ราเมน , ซุปมิโสะ

 

 

 

ทำหน้าเบลอเพราะรู้สึกถ่ายไม่ขึ้นอย่างแรงรูปนี้ lllOTL

 

 

 

 

""OTL  เป็นอีกหนึ่งมื้อที่รู้สึกยี้~~ มาก  เพราะเดิมทีก็ไม่ใช่คนชอบกินหัวปลาอยู่แล้ว  ยิ่งมาเจออาหารที่เค้าให้กินเข้าไปทั้งตัวแบบนี้ ถึงรสชาติจะพอไปวัดไปวาได้ แต่ความแหวะ..มันก็น่าแหวะอยู่ดีแหละ

 

 

 

 

 

หลังจากแด๊กมื้อเที่ยงกันเสร็จ ก็นั่งรถมาขึ้น ชินคันเซ็นที่สถานีโอดาวาระ

 

 

 

ภาพในสถานีที่สุดๆจะวุ่นวาย = = 

 

 

 

โดยที่ตั๋วจะมี 2 ประเภท คือ

 

 

Reserve - ระบุที่นั่ง

 

 

Non - Reserve  - ไม่ระบุที่นั่ง

 

 

 

ตั๋ว Non - Reserve จะนั่งที่ไหนก็ได้ในตู้ที่ 1 - 5  ซึ่งใน 5 ตูนี้จะมีอยู่ 1 ตู้ที่เป็นสำหรับคนสูบบุหรี่ เพราะงั้นก่อนขึ้นสังเกตดีๆนะ ^^

 

 

 

ตั๋วแบบ Non - Reserve 

 

 

 

 

รอชินคันเซ็น

 

 

 

ภาพในชินคันเซ็น 

 

 

 

หลังจาก(นอน)นั่ง มาได้ 30 นาที เราก็มาลงที่สถานี Shinagawa  แล้วต่อ Yamanote Line ใช้เวลา 10 นาที ไปลงที่ Shinjuku

 

 

 

สภาพเบียดเสียดยัดเยียดแบบในการ์ตูนเป๊ะ!

 

 

 

จากสถานีชินจูกุ มันจะมีห้าง (ชื่ออะไรสักอย่าง =v=") เชื่อมกันกับสถานี  เมื่อเราเดินเข้ามาในห้าง แล้วเดินมั่วๆต่อไปก็จะออกมาที่ย่านชินจูกุได้

 

 

ที่นี่คนเยอะสราดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด  ><

 

 

 

ทางม้าลายของที่นี่จะแปลกกว่าของเมืองไทยดังรูป  (วาดเองนะเนี่ย >v<)

 

 

เวลาคนข้ามมาจ๊ะเอ๋กันตรงกลางของเส้นทแยงมุมก็เบียดกันแทบตายแน่ะ >< 

 

 

 

โดยส่วนตัวแล้วชินจูกุเป็นที่สำหรับให้สาวๆมาช็อปปิ้ง และผู้ชายที่ฉลาดควรหลีกเลี่ยงพาแฟนมาย่านนี้ ไม่งั้นขนหน้าแข้งอาจร่วงได้ = ="  

 

 

 

แต่สำหรับมุกแล้ว ชินจูกุ เป็นสถานที่ที่น่าเบื่อมาก เพราะไม่รู้จริงๆว่าจะมาทำอะไรที่นี่ OTL 

(ใครต้องการหา ร้าน 100 เยน อยู่ที่ชั้น 8 ของ Prince City ซึ่งอยู่ข้างๆร้าน Epson)

 

 

 

สาดรูปๆๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เริ่มค่ำแล้ว~~~

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มื้อเย็น  ร้านอาหารชื่อ "Nabezo" ในย่านชินจูกุ

 

 

หัวละ 1,998 เยน  มีเวลา 90 นาที

 

 

เนื้อมี 2 ชนิด คือ เนื้อวัวกับเนื้อหมู  แล่บางมากขนาดที่เอาตะเกียบคีบมาแกว่งเล่นยังขาด = ="

 

 

ผักเติมไม่อั้น แต่มีเฉพาะจานแรกที่เค้ายกมาเสิรฟ์ให้ จานหลังจากนั้นต้องตักเอง  มีข้าวเปล่าด้วย

 

 

 

น้ำจิ้มมี 2 ประเภท  :

 

 

น้ำจิ้มสีขาว -  ไม่มีรสชาติ

 

น้ำจิ้มสีดำ - เปรี้ยวนิดๆ (นิดมากๆจนเกือบไม่มีรสชาติ)

 

 

 

สำหรับมุกแล้ว สรุปว่าไม่อร่อยและไม่ได้เรื่องทั้ง 2 น้ำจิ้มนั่นแหละ =*=   ยังดีที่น้ำจิ้มแจ่วที่ไกด์หอบมาจากเมืองไทยยังเหลือ มื้อนี้เลยอร่อยขึ้นเยอะ

 

 

คำเตือน : ผักสามารถลุกไปตักเองได้ คล้ายๆในบุฟเฟต์ของเมืองไทยทั่วไป  แต่เวลาต้องการเนื้อเพิ่ม เราจะต้องสั่งกับพนักงาน และเนื่องจากพนักงานที่นี่............ไม่สามารถฟังภาษาอังกฤษออกเลย OTL ทางที่ดีควรเตรียมกระดาษและดินสอไปวาดให้เค้าดูด้วย = =a

 

 

 

 

หลังจากกินเสร็จ เราก็ไปขิ้นรถเพื่อเดินทางไปที่พักที่จะพักกัน 2 คืน  คือ

 

 

 

Sunshine City Prince Hotel   ในย่านอิเคะบุคุโระ  

 

 

(ขอแนะนำสำหรับสาววาย เพราะมันจะทำให้คุณสะดวกในการตามล่าหา Y อย่างรุนแรง )

 

 

 

 

 

โดยที่โรงแรมนี้จะมีทางเชื่อมต่อกับห้าง โดยจาก Lobby เมื่อหันหน้าเข้าหาลิฟต์ ให้เลี้ยวซ้ายแล้วเดินไปจะเจอ Family Mart แล้วเลี้ยวซ้ายก็จะเจอทางเชื่อมเข้า Sunshine Sixty 

 

 

และที่นี่มีบริการอินเตอร์เน็ตด้วย 10 นาที 100 เยน

 

 

 

 

 

เอาละ ใกล้จะมาถึงเรื่องที่หลายคนรอคอยแล้ว    พร้อมกันอ๊ะยางงงงง???

 

 

 

 

 

เอาล่ะ ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณ 3 ทุ่มครึ่ง = =  มุกและพี่ชายพร้อมด้วยแผนที่ที่ปรินท์และหามาอย่างมั่วๆจากในเน็ตตอนอยู่เมืองไทยก็พร้อมตะลุยอิเคะฯยามค่ำ  ทว่า...

 

 

 

 

หลงทางก๊าบบบบบบบบบบ  llllOTL  

 

 

 

 

หลังจากเดินเข้าทางเชื่อมเข้าไปในตัวห้างแล้ว เรื่องงี่เง่าที่ตามมาก็คือหาทางออกจากห้างไม่เจอ

 

 

 

 

ก็เลยเดินวนไปวนมาอย่างมึนๆได้สักพักก็ออกมาได้จากทางเข้าออกของพนักงาน ไปโผล่ที่ชั้นจอดรถได้ไงก็ไม่รู้ OTL  แต่เอาเป็นว่าออกมาได้แล้วละ ^v^  เราก็เริ่มเดินตามหาเป้าหมายกันเลย

 

 

 

 

เป้าหมายคือ บริเวณที่หน้าตาเป็นแบบนี้

 

v

v

 

 

จากภาพนี้มองไปฝั่งตรงข้ามจะเจอกับ....

 

 

 

ถนนโอโตเมะนั่นเอง!!!

 

 

 

นี่เป็นภาพที่ได้จาก  http://topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/2007/07/A5565785/A5565785.html   

โพสโดย คุณสิงห์ใต้เงาจันทร์ ต้องขอบคุณมากๆเลยค่าที่ให้ข้อมูลดีขนาดนี้   เป็นแนวทางให้แก่คนที่ออกตามล่าหา Y ได้ดีจริงๆค่ะ > <

  

 

 

 

ทีนี้จากจุดที่มุกยืนอยู่ ณ ตอนนั้น........

 

 

มองไปทางซ้ายเห็นแต่ฟ้ามืดๆ  มองไปทางขวาก็เห็นแต่ฟ้ามืดๆ =[]="""

 

 

 

แต่ขอให้คิดถึงว่าบนฟุตบาทที่เรายืนอยู่นี้ ถ้าเดินตามฟุตบาทไปเรื่อยๆ โดยไม่ข้ามถนนไปไหนซะก่อนมันก็จะกลับมาที่จุดเดิมได้  นั่นคือ ถ้าเดินตามฟุตบาทไป เราก็น่าจะเจอสถานที่แบบในรูปล่ะมั้ง = =+

 

 

 

นั่นเป็นตอน 21.45 น. ของญี่ปุ่นที่อากาศหนาวมากถึงมากที่สุด  ชาย 1 หญิง 1 เดินตัวสั่นงั่กๆด้วยความหนาวไปตามทางเท้า ท้องฟ้ายามค่ำของญี่ปุ่นมืดสมกับคำว่าค่ำ  นานๆทีจะมีคนเดินสวนไปมาสักคน บนฟุตบาทที่ดูปลอดภัยแต่ใครเลยจะคิดว่ามีอันตรายอยู่รอบด้าน

 

 

อันตราย 1 >>  มีฟุตบาทอยู่ช่วงนึงที่ทางมันจะไปทับซ้อนกับทางด่วนเข้าพอดี  เพราะงั้นข้ามถนนโดยระมัดระวัง เพราะจากที่เห็นแล้ว รถมันไม่เห็นเราหรอกนะจ๊า OTL

 

 

 

อันตราย 2 >>  จักรยาน!!   อันตรายสุดกู่สำหรับคนไทยที่เดินเท้าอยู่ในญี่ปุ่น =[]=!!  ทำไมน่ะเหรอ??

 

 

ก็เพราะว่าจักรยานพวกนี้จะพุ่งเข้ามาหาคุณจากทุกทิศทุกทางไงล่ะ  แถมมาแบบเตรียมแหกโค้ง ไม่มีติดเบรคกันเลยสักนิด  =[]=""  เพราะฉะน